กระเบื้องพื้นแตก หลุดร่อน แก้ไขยังไงดี??

ก่อนอื่น เราต้องมาหาสาเหตุที่กระเบื้องแตก,หลุดร่อน หรือกระเด้งกันก่อน เพื่อที่จะแก้ไขได้ตรงจุด ซึ่งมีอยู่ 3 ประเภทใหญ่ๆคือ

1. กระเบื้องหลุดเป็นแผ่นๆ เกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุ คือ สาเหตุแรก คือใช้ปูนผิดประเภท ,ปูนที่ใช้มีคุณภาพไม่เหมาะสม เช่น ใช้ปูนซีเมนต์ปูแทนปูนกาว, ใช้ปูนกาวแบบธรรมดา ทั้งๆทีเป็นการปูทับกระเบื้องเดิม, การปูแบบติดปูนใต้กระเบื้องเป็นจุดๆ ที่เรียกกันว่า ปูซาลาเปา
สาเหตุที่สอง คือการขยายและหดตัวของปูนใต้แผ่นกระเบื้อง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลัน ส่วนมากจะเกิดในฤดูหนาว ที่อากาศตอนกลางวันร้อนจัด ตอนกลางคืนหนาวจัด ปูนใต้กระเบื้องจะขยายตัวเมื่อร้อน และหดตัวเมื่อเย็น ในขณะที่กระเบื้องไม่ยืดหด จึงเบียดและดันกันจนกระเด้ง หลุดออกมา

กระเบื้องแตก 4
2. กระเบื้องแตกตามมุมและหลุดบางส่วน เกิดขึ้นจากสาเหตุ มีช่องว่างใต้แผ่นกระเบื้อง เนื่องจากปูนใต้กระเบื้องไม่เต็ม ทำให้เมื่อรับน้ำหนัก กระเบื้องรับน้ำหนักไม่ไหวจึงแตกออกมาเป็นชิ้นๆ

กระเบื้องแตก 2
3. กระเบื้องแตกเป็นแนวยาว กรณีนี้ ควรรีบตรวจสอบ เนื่องจากอาจเกิดจากการทรุดตัวของพื้นบ้าน หรือการเอียงตัวของโครงสร้าง โดยในกรณีนี้ กระเบื้องอาจไม่หลุดออกมา แต่แตกต่อเนื่องเป็นแนวยาว ควรรีบแจ้งวิศวกรให้มาตรวจสอบและแก้ไขโดยด่วน

กระเบื้องแตก 3

วิธีแก้ไข คือ
1. แกะกระเบื้องที่แตก ออกมาทั้งหมด ระวังไม่ไห้กระเบื้องแตกลามออกไป
2. ใช้ตะปู หรือสว่าน ตอกเอาปูนกาว หรือปูนทรายใต้กระเบื้องออกให้หมด
3. ก่อนปูให้พรมน้ำ ทำความสะอาดพื้นที่ สกัดพื้นให้ผิวหยาบเล็กน้อย กระเบื้องที่นำมาปูต้องแช่น้ำก่อน 2 ชั่วโมง
4. ใช้ปูนกาวทาใต้กระเบื้องแผ่นใหม่ และแบ่งบางส่วนทาที่พื้น หากปูกระเบื้องไม่ได้เพราะมีขนาดใหญ่เกินไป
ให้ใช้เครื่องเจียรขอบกระเบื้องออกก่อน ปูกระเบื้องโดยเว้นร่องยาแนวไว้ 2 มม.สำหรับกระเบื้องแกรนิตโต้ หรือกระเบื้องขอบเรียบ และ 3-5 มม.สำหรับกระเบื้องธรรมดา
5. ทิ้งให้แห้งอย่างน้อย 1 วัน ระวังอย่าเดินเหยียบหรือวางสิ่งของทับ
6. ยาแนวขอบกระเบื้องด้วยยาแนวที่มีคุณภาพดี
7. ข้อแนะนำในการปูพื้น
7.1 สำหรับกระเบื้องขอบเรียบ, กระเบื้องแกรนิตโต้, กระเบื้องขอบตัด ควรเว้นช่องเผื่อการขยายตัวที่ริมผนัง อย่างน้อย 0.5 ซม. แล้วใช้บัวพื้นปิดช่องดังกล่าว
7.2 สำหรับบริเวณที่โดนแดดตลอดเวลา หรืออยู่ภายนอกบ้าน ควรปูกระเบื้องขนาดเล็ก เช่น 4×4นิ้ว หรือ 6×6นิ้ว เพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงบ่อยทำให้กระเบื้องแผ่นใหญ่ที่มีร่องยาแนวน้อยกว่าแผ่นเล็ก จะหลุดร่อนได้ง่ายกว่ากระเบื้องขนาดเล็ก

ที่มารูปประกอบในบทความ : รวบรวมจากในเวบไซท์ พันทิบดอตคอม  ขอขอบคุณเจ้าของรูปภาพทุกๆคนครับ

หลัก 4 ข้อในการเลือกเสาเข็มสร้างบ้าน

หลัก 4 ข้อในการเลือกเสาเข็มสร้างบ้าน

หลัก 4 ข้อในการเลือกเสาเข็มสร้างบ้าน

การลงเสาเข็ม เป็นขั้นตอนแรกของการสร้างบ้านหรือต่อเติมบ้าน และเป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลต่อตัวบ้านในระยะยาว ดังนั้นการเลือกใช้เสาเข็มที่ผิดประเภท นอกจากทำให้บ้านมีปัญหาการทรุดตัว ,การแตกร้าวแล้ว ยังทำให้การซ่อมแซมในภายหลังต้องเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ดังนั้นการเลือกใช้เสาเข็ม จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของบ้านไม่ควรมองข้าม วันนี้ผมสรุปหลัก 4 ข้อในการเลือกเสาเข็มสร้างบ้านให้ถูกต้องและคุ้มค่า มาให้คนที่กำลังจะสร้างบ้านหรือต่อเติมบ้านได้เอาไปใช้กันครับ

1. สภาพดินและกำลังรับน้ำหนักของดิน : ถือเป็นข้อมูลที่สำคัญ และเป็นตัวกำหนดความยาวของเสาเข็ม เสาเข็มที่อยู่ในชั้นดินอ่อน จะอาศัยแรงเสียดทานรอบผิวเสาเข็มเป็นตัวรับน้ำหนัก  และเสาเข็มที่อยู่บนชั้นดินแข็ง หรือชั้นทราย จะอาศัยการแบกรับน้ำหนักของปลายเสาเข็มที่อยู่บนชั้นดินแข็งหรือทรายแข็งนั้นเป็นตัวรับน้ำหนัก เป็นต้น

ข้อมูลสภาพชั้นดินนั้นสามารถสอบถามได้จากวิศวกรออกแบบ, หน่วยงานราชการท้องถิ่นแผนกโยธา หรือหากต้องการผลการทดสอบที่แม่นยำ ก็สามารถว่าจ้างบริษัทรับเจาะสำรวจดินเอกชน มาดำเนินการก็ได้ครับ

2. น้ำหนักที่เสาเข็มรับ : เสาเข็มแต่ละประเภทมีความสามารถรับน้ำหนักได้ต่างกัน เช่น เสาเข็มสั้น เสาเข็มตอก เสาเข็มเจาะ เป็นต้น  การคำนวณน้ำหนักที่เสาเข็มแต่ละต้นต้องแบกรับนั้น วิศวกรออกแบบ จะคำนวณและกำหนดประเภทของเสาเข็ม รวมถึงความยาวของเสาเข็มที่ต้องใช้

ยกตัวอย่างเช่น บ้าน 2 ชั้น ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าบ้านชั้นเดียว เสาเข็มรับบ้าน 2 ชั้น ก็ต้องสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าเสาเข็มบ้านชั้นเดียว เป็นต้น ขั้นตอนนี้วิศวกรออกแบบจะเป็นคนกำหนดครับ

images (4)

3. สภาพพื้นที่การก่อสร้าง : ในบางครั้งสภาพพื้นที่การก่อสร้างก็เป็นตัวกำหนดประเภทของเสาเข็ม เช่น บางพื้นที่ไม่สามารถขนส่งเอาเสาเข็มตอก ขนาดยาวเข้าไปได้ ก็ต้องเปลี่ยนจากเสาเข็มตอกเป็นเสาเข็มเจาะ ,บางพื้นที่การต่อเติมมีพื้นที่แคบมาก ไม่สามารถใช้เสาเข็มเจาะได้ ก็ต้องเปลี่ยนเป็นเสาเข็มไม่โครไพล์ขนาดเล็ก หรือบางพื้นที่การใช้เสาเข็มแบบตอก อาจทำให้บ้านข้างเคียงแตกร้าวได้ ก็ต้องเปลี่ยนเป็นเสาเข็มแบบเจาะแทน เป็นต้น

images (3)

4. งบประมาณ : เสาเข็มแต่ละประเภท ก็มีราคาและค่าติดตั้งแตกต่างกันไป โดยปกติการก่อสร้างหรือต่อเติมบ้าน วิศวกรออกแบบจะต้องแจ้งว่า เสาเข็มที่สามารถเลือกใช้ได้มีอะไรบ้าง มีคุณสมบัติและราคาแตกต่างกันอย่างไร เช่น เสาเข็มแบบตอก, เสาเข็มแบบเจาะ หรือเสาเข็มไมโครไพล์ เป็นต้น ทางเจ้าของบ้านเอง ก็ควรพิจารณาข้อดี ข้อเสียให้ดีและรอบคอบ อย่าเลือกเพียงเพราะราคาถูกกว่า เพราะหากเกิดปัญหาในภายหลัง การซ่อมแซมจะมีค่าใช้จ่ายสูง

รู้จักบ้านพรีคาสท์ให้ดีขึ้น

images (6)

ในปัจจุบัน บ้านจัดสรรและทาวน์เฮ้าส์หลากหลายแบรนด์ ได้นำเอาเทคโนโลยีการก่อสร้างบ้านระบบพรีคาสท์ คอนกรีต (Precast Concrete) มาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเริ่มจากการใช้เพียงบางส่วน เช่น แผ่นพื้นสำเร็จรูป และเสา-คานสำเร็จรูป จนกระทั่งต่อมาได้พัฒนาเป็นการผลิตบ้านทั้งหลังด้วยระบบพรีคาสท์คอนกรีต

images (4)

วันนี้ผมสรุปมาให้เข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียหลักๆของบ้านระบบพรีคาสท์คอนกรีตที่เห็นได้ชัดเจนและแตกต่างจากบ้านในระบบเสา-คาน ก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป
ข้อดี
1. มีคุณภาพดีและสม่ำเสมอ การผลิตชิ้นส่วนพรีคาสท์คอนกรีตนั้น ทำในโรงงานที่มีมาตรฐานและมีการควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน เช่น การติดตั้งไม้แบบ,
การเสริมเหล็ก, การเทคอนกรีต และการบ่มคอนกรีตให้ได้อายุตามหลักวิศวกรรม เป็นต้น ทำให้ชิ้นส่วนพรีคาสท์ มีคุณภาพสูง ผิวเรียบ คอนกรีตมีความหนาแน่น
สูงและสม่ำเสมอ ซึ่งล้วนส่งผลให้ชิ้นส่วนนั้นมีคุณสมบัติที่ดีอีกหลายอย่างตามมา
2. มีความแข็งแรงสูง คอนกรีตที่ใช้ในการผลิตพรีคาสท์นั้น เป็นคอนกรีตที่มีค่ากำลังอัดเฉลี่ย 350-450 ksc ซึ่งค่อนข้างสูงเมือเทียบกับคอนกรีตที่ใช้
กับบ้านทั่วไปไม่เกิน 240 ksc และด้วยค่ากำลังอัดที่สูง ทำให้สามารถใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนักแทนเสา-คาน (Wall Bearing)นอกจากนี้ ยังสามารถ
ทนรับแรงแผ่นดินไหวได้ดีกว่าบ้านในระบบเสา-คานทั่วไป
3. มีความเป็นฉนวนสูง ชิ้นส่วนพรีคาสท์คอนกรีต จะมีความหนาแน่นสูง ค่าความเป็นฉนวนจึงสูงตามไปด้วย เช่น
– กันความร้อนได้ดี ผนังพรีคาสท์มีคุณสมบัติที่เก็บความร้อนได้นาน และคายความร้อนช้า
– ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี
– ต้านทานไฟได้มากกว่า 2 ชั่วโมง (ผนังก่ออิฐฉาบปูนทนได้ 1 ชั่วโมง)
– มีความทึบน้ำสูง ผนังจะไม่อมน้ำ เมื่อมีฝนสาดหรือน้ำท่วม จึงไม่เกิดเชื้อรา

ข้อเสีย
1. การต่อเติม เจาะผนัง ทุบรื้อ จะทำได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากคอนกรีตมีความแข็งแรงสูง ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ นอกจากนี้การออกแบบ ได้กำหนดให้ผนังทำหน้าที่รับน้ำหนักแทนเสา การเจาะหรือทุบผนัง จึงควรปรึกษาวิศวกรก่อนดำเนินการ

2. ชิ้นส่วนพรีคาสท์จะเก็บความร้อนนาน เมื่อตากแดดนาน ทำให้ใช้เวลาในการคายความร้อน ค่อนข้างช้า

สุดท้ายแล้ว ในการเลือกซื้อบ้าน นอกจากประเภทของวัสดุที่ใช้สร้างบ้านแล้ว ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องคำนึงถึง ซึ่งผมจะรวบรวมมาให้อีกครั้งครับ โปรดติดตามข้อมูลเรื่องบ้าน แบบง่ายๆ ที่นี่ในตอนต่อไป